
ตอนนี้ราคาของนิสสัน มาร์ช (Nissan March) นั้นมีหลุด ๆ มาระหว่าง 3 แสน ถึง 3 แสนห้า แต่ผมว่าถ้าแพงกว่า 3 แสนห้าก็มีเฮครับ เรื่องความแข็งแรง ระบบความปลอดภัย นิสสัน ไม่เป็นรองไครอยู่แล้ว ถ้าตัว Nissan March ที่ขายจริง ทำออกมาดีจริง เห็นที่ Eco Car ได้เกิดแน่ ๆ มิตซูบิชิ (Mitsubishi Lancer EX)ก็มาแรงนะครับปีนี้ แต่ว่าตอนนี้ชื่อเสียงของ Honda ก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ทางศูนย์ชอบมีอะไรเชอร์ไพร์ส ให้ลูกค้าแปลกใจอยู่บ่อย ๆ ล่าสุดได้รับอีเมล์ทุบ Honda Civic อีกแล้ว ไม่รู้ผู้บริหารทำไมทำอะไรกันอยู่ไม่ยอมดูแล เดี่ยวเหมือนตอน ทุบ crv อีกหรอก เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย แถมเป็นการเปิดโอกาสให้คู่แข่งอีกด้วย น่าเสียดาย ที่สำคัญเงินเดือนพนักงานบริษัทขายรถยนต์ ไม่กีบาทครับ ถ้าเป็น Sale อยู่แถว ๆ 3,500 บาทครับ ค่าคอมบางคันก็ไม่ได้ครับ แบบนี้ไม่โกงบริษัทหรือลูกค้าจะอยู่ได้ยังไงใหว ลูกค้าต้องทำใจครับ ผมแนะนำว่าในกรณีที่ซื้อรถใหม่ ควรที่จะซื้อแบบเดิม ๆ ธรรมดา ๆ ครับ ไม่ควรแต่งอะไรเพิ่ม ถ้าอยากแต่ง ก็เอาออกมาแต่งเองกับทางร้านที่ไว้ใจดีกว่า เดี่ยวจะหาว่าไม่เตือน








Friday, November 27, 2009
Nissan March มาแน่ครับ ต้นปี 53 กับราคาที่น่าลุ้น มาดูรายละเอียดกันครับ
Saturday, October 24, 2009
Mitsubishi LANCER EX 1.8 /2.0 GT สวยดุ

Sensational Intelligence of driving
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2552 – มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดงานเแถลงข่าวแนะนำรถเก๋งรุ่นใหม่ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ เปิดรับจองที่โชว์รูมทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนนี้ ก่อนเปิดขายทางการวันที่ 16 ตุลาคม เป็นต้นไป แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ มาพร้อมแนวคิด “Sensational Intelligence” ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2 รุ่น ได้แก่ขนาด 1.8 ลิตร เป็นรถแบบ Flexible Fuel Vehicle หรือ FFV รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้หลากหลายตั้งแต่เบนซินจนถึงแก๊สโซฮอล์ อี 85 และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รองรับถึงแก๊สโซฮอล์ อี 20 พร้อมตั้งราคาขายอยู่ที่ 831,000 บาท ถึง 1,034,000 บาท

มร.โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานแถลงข่าวแนะนำมิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ เซึ่งจะเปิดรับจองล่วงหน้าตั้งแต่ 16 กันยายนนี้ ก่อนเปิดขายอย่างเป็นทางการ 16 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 9 ของมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
โดยมาพร้อมแนวคิด "Sensational Intelligence” ที่ให้ลูกค้าได้มากกว่าทั้งในเรื่องของความทันสมัยและอัจฉริยะในการขับขี่ โดยขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2 ขนาด ที่ให้ทั้งสมรรถนะและการประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม ได้แก่ เครื่องยนต์ Flexible Fuel Vehicle หรือ FFV ขนาด 1.8 ลิตร จำนวน 3 รุ่น รองรับการใช้น้ำมันได้หลากหลายตั้งแต่เบนซินธรรมดาไปจนถึงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 และเครื่องยนต์ ขนาด 2.0 ลิตร รองรับถึงน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 พร้อมตั้งราคาขายเริ่มต้นที่ 831,000 บาท ถึง 1,034,000 บาท
ทั้งนี้เพื่อสร้างความไว้วางใจและความมั่นใจให้กับลูกค้า บริษัทฯ ยังได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับทุกส่วนของการดำเนินงานทั้งด้าน การขาย การบริการ และอะไหล่ รวมทั้งจัดกิจกรรมการขายและกิจกรรมทางการตลาด ตลอดจนการใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่ตรงกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายไปพร้อมๆ กัน โดยมั่นใจว่าจะมียอดจองรถมิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ เกินเป้าการขายที่ตั้งไว้จำนวน 4,000 คัน ภายใน 6 เดือนแรกอย่างแน่นอน
“แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ เจนเนอเรชั่นที่ 9 เป็นรถคุณภาพที่ได้มาตรฐานระดับโลกทั้งในเรื่องระบบความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังให้สมรรถนะที่เป็นเยี่ยมตามแบบฉบับรถเก๋งของมิตซูบิชิ เราพัฒนารถรุ่นนี้ขึ้นเพื่อให้เป็นรถเก๋งรุ่นใหม่ที่ให้คุณค่าทั้งในแง่ของ การใช้งานและความรู้สึก โดดเด่นด้วยการออกแบบที่สะท้อนตัวตนของรถเก๋งสไตล์มิตซูบิชิที่ให้ความ ประทับใจทั้งในแง่ความรู้สึก การใช้งานสำหรับทุกความต้องการ และความปลอดภัยในการขับขี่ซึ่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ต รวมทั้งประสิทธิภาพในการควบคุมและตอบสนองโดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์ในขณะขับ ขี่ที่สะท้อนความเป็นมิตซูบิชิ
จากสิ่งเหล่านี้ทำให้ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่า มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ที่พรั่งพร้อมไปด้วยนวัตกรรมรวมไปถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะสามารถตอบสนอง ความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์กลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน “ มร.มูราฮาชิ กล่าว
สำหรับแลมิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ได้รับการออกแบบที่สานต่อภาพลักษณ์ของรถเก๋งสไตล์สปอร์ตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดย ประกอบไปด้วยรุ่น GT ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุด เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ช่วยเสริม “คุณค่าด้านอารมน์” สำหรับลูกค้าผู้ชาญฉลาดที่ให้ความสำคัญทั้งกับความทันสมัย สมรรถนะ และความอัจฉริยะในการขับขี่ ในขณะที่รุ่น GLS-Ltd. รุ่น GLS และ GLX ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าผู้หญิงเป็นหลัก โดยสะท้อนให้เห็นถึง “คุณค่าด้านเหตุผล” ด้วยรูปลักษณ์สวยงาม เพราะบริษัทฯ เชื่อว่าผู้หญิงจะเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของรถยนต์กลุ่มนี้ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์ภายนอกที่เร้าใจ และสะท้อนความแข็งแกร่ง ด้วยการผสมผสานระหว่างห้องโดยสารขนาดใหญ่สไตล์สปอร์ตและตัวถังที่กว้างขึ้น ร่วมกับการออกแบบด้านหน้าตัวรถให้ลาดเอียงลงรับกับกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยม คางหมูเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ
ในขณะที่การออกแบบภายในเน้นการผสมผสานระหว่างฟังก์ชั่นการใช้งานและความทัน สมัยในทุกๆส่วนของตัวรถ แผงคอนโซลหน้าทรงโค้งให้ความรู้สึกกว้างสบายที่สุดในรถระดับเดียวกันพร้อม การออกแบบองค์ประกอบต่างๆ เพิ่มความสะดวกสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ทั้งในเรื่องของการใช้งาน ทัศนวิสัย และการมองเห็น นอกจากนี้ระยะฐานล้อรถที่กว้างขึ้น ทำให้ได้การทรงตัวและการตอบสนองของรถที่ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ออกแบบให้มีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบสุดในรถระดับเดียวกันเพียง 5.0 เมตร
เครื่องยนต์ใหม่ ของมิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ มีขนาด 1.8 ลิตร FFV และ 2.0 ลิตร DOHC MIVEC พร้อมเสื้อสูบอลูมิเนียม ที่ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4 ทำงานคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT INVECS-III สปอร์ตโหมด 6 จังหวะ ของมิตซูบิชิ ที่ให้สมรรถนะพร้อมการประหยัดน้ำมันที่เป็นเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น 1.8 ลิตร ที่ถือเป็นรถ FFV รุ่นแรกที่ผลิตเป็นจำนวนมากเพื่อจำหน่ายในประเทศไทยซึ่งรองรับน้ำมันเชื้อ เพลิงได้ทุกประเภทตั้งแต่เบนซินธรรมดาไปจนถึงแก๊สโซฮอล์ อี 85 ในขณะที่รุ่น 2.0 ลิตร รองรับได้ถึงแก๊สโซฮอล์ อี 20 ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้พัฒนาเครื่องยนต์ขึ้นโดยเฉพาะสำหรับรถแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ FFV โดยได้มีการปรับโครงสร้างทางวิศวกรรมทุกส่วนที่เกี่ยวข้องให้รองรับน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ทุกประเภท
โดยเฉพาะอย่างยิ่งอี 85 ที่มีปริมาณการกัดกร่อนสูง โดยการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สัมผัสกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 ไม่ว่าจะเป็น ถังน้ำมัน ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง วาล์วและบ่าวาล์ว ท่อส่งน้ำมัน และหัวฉีด ซึ่งทำจากโลหะ ยาง และพลาสติก เพื่อให้สามารถทนต่อการกัดกร่อนดังกล่าวได้ ในขณะที่สมองกลอัจฉริยะของเครื่องยนต์ INTELLIGENT ECU จะทำการตรวจสอบและปรับอัตราการฉีดจ่ายน้ำมันและระยะเวลาในการจุดระเบิดเชื้อ เพลิงโดยอัตโนมัติเพื่อให้ได้มาซึ่งสมรรถนะที่ดีที่สุดในทุกครั้งที่เติม น้ำมันไม่ว่าจะเป็นเบนซิน หรือแก๊สโซฮอล์ อี 10 ไปจนถึง อี 85 ก็ตาม
จากโครงสร้างที่แข็งแกร่งพร้อมระบบความปลอดภัยที่ช่วยลดความเสียหาย เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่เป็นเยี่ยม รวมไปถึงระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาใหม่ มีส่วนช่วยทำให้การทรงตัวและการตอบสนองของรถ รวมไปถึงความปลอดภัยที่เหนือกว่า การปรับปรุงความปลอดภัยจากการรับแรงกระแทก รวมทั้งตัวถังนิรภัย RISE Body ระบบถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า รวมไปถึงระบบเพิ่มความสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (AFS)* ที่ช่วยเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ยามค่ำคืน ถือเป็นระบบที่ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยและลดผลกระทบเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ได้อย่างทรงประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น * เฉพาะรุ่น GT
ในส่วนของรุ่นปัจจุบันอยู่ในเจนเนอเรชั่นที่ 8 เริ่มในปี 2543 กับแลนเซอร์ ซีเดีย ถือเป็นครั้งแรกที่มิตซูบิชินำเอาขุมพลังเทคโนโลยีฉีดเชื้อเพลิงตรงสู่ห้อง เผาไหม้ GDI นำมาผนวกกับระบบส่งกำลังอัตราทดแปรผัน CVT วางลงในโครงสร้างตัวถังนิรภัย RISE BODY รองรับแรงกระแทกจากการชนทั้งด้านหน้าด้านข้างและด้านหลังได้เป็นอย่างดี โดยเปิดตัวในเมืองไทยในปี 2544 และมี จอน บอง โจวี
ร็อกสตาร์ ชื่อดัง เป็นพรีเซ็นเตอร์ภาพยนตร์โฆษณา จากนั้นในพ.ศ. 2545 ได้มีการปรับโฉมครั้งแรก และเพิ่มทางเลือกใหม่ในสไตล์สปอร์ตใน พ.ศ. 2546 ด้วยแลนเซอร์ 1.8 VIRAGE ตกแต่งด้วยสีแดงเพลิงรอบคัน หลังจากนั้นในต้นปี 2547 ทำการปรับโฉมครั้งใหญ่โดยเปลี่ยนชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้า-หลังใหม่ทั้งหมดมา เป็นแบบโค้งมน ด้วยกระจังหน้าทรงปิระมิด
ก่อนจะมีการแนะนำรุ่นไมเนอร์เชนจ์และรุ่นพิเศษต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องโดยล่าสุดได้แนะนำแลนเซอร์ ซีเอ็นจี (CNG) ติดตั้งระบบจ่ายเชื้อเพลิงสำหรับการใช้ก๊าซธรรมชาติอัด CNG (Compressed Natural Gas) สำหรับลูกค้าที่ต้องการรถยนต์นั่งที่ให้ทั้งความคุ้มค่าคุ้มราคาและการ ประหยัดที่เป็นเยี่ยม
ข้อมูลผลิตภัณฑ์














1. การออกแบบ …โดดเด่นสะท้อนภาพลักษณ์สไตล์สปอร์ตของมิตซูบิชิ
โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ....สะท้อนความปราดเปรียวและหรูหรา
การออกแบบภายใน ....เพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบาย ผ่อนคลายตลอดการเดินทาง
2. เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก...เพื่ออรรถประโยชน์สูงสุดในการขับขี่
3. ระบบขับเคลื่อน...เทคโนโลยีล้ำสมัยให้ทั้งสมรรถนะที่โดดเด่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
4. ระบบช่วงล่าง...ใหม่ แข็งแกร่ง อีกระดับของการควบคุมและเสถียรภาพในการขับขี่
5. มั่นใจด้วยระบบความปลอดภัย...ได้มาตรฐานโลก
* เฉพาะรุ่น GT
** ยกเว้นรุ่น GLX
ข้อมูลการขาย
# เป้าหมายการขายในช่วง 6 เดือนแรก (มีนาคม 2553) 4,000 คัน
# กิจกรรมการตลาด
1. เปิดรับจองล่วงหน้า ตั้งแต่ 16 กันยายน เป็นต้นไป
2. เปิดขายอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ 16 ตุลาคม เป็นต้นไป
3. งานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 16-18 ตุลาคม (10:00-21:00)
4. กิจกรรมโรดโชว์ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตุลาคม 2552- มีนาคม 2553
# เปิดขายอย่างเป็นทางการ
# ที่โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิ 129 แห่งทั่วประเทศ ข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง “ไดมอนด์ อินชัวรันส์”
มั่นใจเต็มที่กับคุณภาพของการบริการหลังการขาย และอะไหล่แท้ของมิตซูบิชิ
ความ พร้อมของการบริการหลังการขาย ภายใต้แนวคิด DIAMOND ถือเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุด ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ จึงเน้นคุณภาพสูงสุดของศูนย์บริการทั้ง 129 แห่ง ให้มีความพร้อมทั้งด้านการบริการ การขาย และอะไหล่ ด้วยการสร้างบุคลากรให้มีทักษะ เชี่ยวชาญในทุกด้าน ทั้งด้านความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์และเทคโนโลยีใหม่ของรถมิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ โดยการจัดอบรมพนักงานขาย พนักงานช่างศูนย์บริการ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังจัดสำรองอะไหล่สิ้นเปลืองไว้ เพื่อให้สามารถรองรับจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการได้ทันท่วงที พร้อมการกำหนดราคาของอะไหล่ มิตซูบิชิ แลนเซฮร์ อีเอ็กซ์ ให้สามารถแข่งขันได้
เป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ด้วยราคาโดนใจ
มิ ตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ มี 4 รุ่นให้เลือก เพื่อตอบสนองทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า โดยมี 5 สีให้เลือก ประกอบด้วย สีแดง สีบรอนซ์เงิน สีบรอนซ์ทอง สีเทาดำ และสีดำ พร้อมราคาขาย:
1. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ 1.8 MIVEC GLX ราคา 831,000 บาท
2. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ 1.8 MIVEC GLS ราคา 886,000 บาท
3. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ 1.8 MIVEC GLS-Ltd. ราคา 899,000 บาท
4. มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ 2.0 MIVEC GT ราคา 1,034,000 บาท
สำหรับ ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ให้ทั้งสมรรถนะและความอัจฉริยะในการขับขี่ ที่สะท้อนความเป็นตัวตนและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้ขับขี่ สามารถชมและทดลองขับ “มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์”Sensational Intelligence ได้ที่โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ
ตั้งแต่ 16 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
หมายเลขโทรศัพท์ 1800 900 009
เว็บไซต์ www. mitsubishi-motors.co.th
Friday, October 23, 2009
Nissan Eco Car เปิดจองแล้ว ขายในไทยที่แรกในโลก

สวยเหมือนกันนะเนี่ย ถ้าราคาออกมาตามนี้ละก็ น่าสน รถยนต์ Eco Car ตัวเล็ก ๆ น่ารักแบบนี้ผมชอบ แนว ๆ เปรี่ยว ๆ ดี น่าขับกว่ายารีสอีก (ยารีสแพงโครต)
Nissan Global Compact Car ที่จะขายในไทยเป็นที่แรกในโลก พร้อมกำหนดขาย มีนาคม 2010 คาดว่าน่าจะเป็น นิสสัน มาร์ช (March) เห็นมาเปิดบูธ รับจองอยู่ที่งาน แปซิฟิคมอเตอร์โชว์ ศรีราชา ภาพล่างสุดจากคุณ big member ในพันทิพย์









Nissan Global Compact Car จะใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาดไม่เกิน 1300 ซีซี หรือ เครื่องยนต์ดีเซล ขนาดไม่เกิน 1400 ซีซี มาตรฐานไอเสียยูโร 4 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 200 กรัม/กม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง นิสสันคาดว่าต้องทำได้ 5 ลิตร/100 กิโลเมตร ส่วนราคาขายนั้น ถ้าตามใบโฆษณาก็ 3xx,xxx บาท ครับ
นิสสันกล่าวว่ารถยนต์ Nissan Global Compact Car จะถูกเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ในเดือนมีนาคม 2010 นับเป็นข่าวดีทางนิสสันมองเห็นกำลังซื้อรถ ECO car ในไทย ก่อนที่ Nissan Global Compact Car จะออกจำหน่ายใน 150 ประเทศทั่วโลก